Untitled Document

ที่นอนควรทำความสะอาดอย่างไร

วิธีต่างๆในการทำความสะอาดที่นอน

การใช้ความร้อน
- รีดผ้าด้วยเตารีด ฆ่าตัวไรได้ผลชะงัก - ซักด้วยน้ำร้อน 60 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที - ใช้ความร้อนประมาณ 140 องศาเซลเซียส นาน 1 ชม. สามารถทำลายสารก่อภูมิแพ้ในมูลไรได้
- การตากแดด นาน 1 ชม. ฆ่าตัวไรฝุ่นได้ แต่ถ้านานกว่า 5 ชม. จะสามารถยับยั้งการเจริญของไข่ไรฝุ่นได้ การซักล้าง
- การซักผ้า จะช่วยขจัดสารก่อภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี เพราะมูลไรละลายน้ำ การคลุมด้วยผ้าป้องกันไรฝุ่น
- วิธีการนี้เป็นการหลีกเลี่ยงเพื่อลดการสัมผัสกับไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ การใช้ ผ้ากันไรฝุ่นที่มีประสิทธิภาพ เช่น พลาสติก หรือ ผ้าทอแน่นที่มีรูห่างของผ้าเล็กกว่ามูลไร (10ไมโครเมตร) หุ้มที่นอน/หมอน ทำให้สามารถกั้นมูลไม่ให้ฟุ้งออกจากเครื่องนอนมาสัมผัสเรา มีผลให้ลดการสูดดมลงได้ แต่การใช้ผ้ากันไรฝุ่นไม่ได้ช่วยลดปริมาณตัวไรแต่อย่างใด เครื่องดูดฝุ่น
- สามารถช่วยลดมูลไรฝุ่นได้ควรใช้เครื่องที่มีถุงเก็บกัก 2 ชั้น หรือถุงอย่างหนาเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของสารก่อภูมิแพ้ แต่วิธีนี้ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ แต่ไม่ลดปริมาณไรฝุ่น
เครื่องกรองอากาศ
- มีประโยชน์ในการดักจับสารก่อภูมิแพ้ที่ลอยในอากาศ จึงช่วยได้ระดับหนึ่งแต่ควรแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช่ปลายเหตุ การใช้สารธรรมชาติ
- การนำพืชสมุนไพรมาใช้ในการกำจัดไรฝุ่นก็เป็นอีกทางหนึ่งเช่นtannin เป็นสารทำลายโปรตีน สารก่อภูมิแพ้ (denaturants),น้ำมันยูคาลิปตัส,teaมักใช้ผสมน้ำสำหรับซักผ้า นอกจากนี้ยังมีการนำสารสมุนไพรมาเคลือบผ้า เช่นสารสกัดจากดอกChrysanthemums ศูนย์บริการและวิจัยไรฝุ่นศิริราชได้คิดค้นน้ำยาสกัดสมุนไพรฆ่าไรซึ่งได้ผลดี ฆ่าไรได้ 100%
 
นี้ก็เป็นวิธี เบื้องต้นกับทำความสะอาดที่นอน แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อม ของปัจจุบัน ทั้งพื้นที่ ทั้งวิธีการ ทำความสะอาด ชั่งยุ่งยาก  ทีมงานเราจึง ตะหนักความสำคัญเหล่านี้ โดยจัดให้บริการทำความสะอาดและกำจัดไรฝุ่นบนที่นอน ซึ่ง ราคาประหยัด และใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และสามารถ ป้องกันไรฝุ่นได้ 100%